ปลูกแล้ว! กัญชาทางการแพทย์ถูกกฏหมาย

องค์การเภสัชกรรมเริ่มปลูกกัญชาทางการแพทย์ที่ถูกต้องตามกฎหมายแห่งแรกในอาเซียน คาดเดือน ก.ค.นี้ ได้กัญชาชนิดน้ำมันหยดใต้ลิ้นลอตแรกให้ผู้ป่วยที่ร่วมโครงการวิจัย 2,500 ขวด

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ขององค์การเภสัชกรรม ระยะที่1พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ปลูกกัญชาทางการแพทย์ ที่ถูกกฎหมายทางการแพทย์แห่งแรกในอาเซียน หลังจากที่ประชุมคณะ กรรมการยาเสพติดให้โทษลงนามในหนังสืออนุญาตให้องค์การเภสัชกรรมดำเนินการปลูกกัญชาทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อย เพื่อผลิตเป็นน้ำมันกัญชา ชนิดหยดใต้ลิ้น สำหรับนำไแใช้ในการทดลองทางคลีนิกในผู้ป่วยที่ร่วมโครงการ

สำหรับการปลูกครั้งนี้ใช้เมล็ดจากสายพันธุ์ลูกผสมที่มีคุณภาพเมล็ดสูง และปลูกในอาคาร ด้วยเทคโนโลยีระบบรากลอยซึ่งเป็นระบบหนึ่งในระบบการปลูกกัญชาเกรดมาตรฐานทางการแพทย์ บนพื้นที่ 100 ตารางเมตร ภายในองค์กานเภสัชกรรม อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยจะได้ปริมาณและสัดส่วนสำคัญที่ใช้ในการออกฤทธิ์ คือ THC และ CBD เป็นไปตามความต้องการใช้ของแพทย์ในแต่ละโรคที่ศึกษาวิจัย

นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กัญชาของกลางที่นำมาสกัดในเบื้องต้น พบมีปริมาณสารปนเปื้อนสูงเกินค่ามาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันกัญชาได้ จึงต้องมีความจำเป็นต้องปลูกกัญชา โดยการปลูกครั้งนี้จะใช้เวลาปลูกประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งในเดือนกรกฎาคมปีนี้ จะนำกัญชาที่ปลูกมาทำเป็นสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ และผลิตเป็นน้ำมันกัญชาชนิดหยดใต้ลิ้นประมาณ 2,500 ขวด ขวดละ 5 มิลลิลิตร หรือประมาณ 10,000 ขวดต่อปี

สำหรับประโยชน์ของสารสกัดกัญชานั้น สารTHC มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท แก้ปวด ต้านอาเจียน และลดการอักเสบ ส่วนสาร CBD ระงับอาการวิตกกังวล และมีฤทธิ์ต้านการชัก โดยกลุ่มโรคที่จะมีการนำกัญชามาใช้เพื่อรักษา และวิจัยคือ ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด โรคลมชักในเด็ก , โรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษาโรค และกลุ่มที่น่าใช้เพื่อควบคุมอาการ เช่น โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ โรคปลอกประสาทอักเสบ ผู้ป่วยที่ดูแลลแบบประคับประคอง และผู้ป่วยมะเร็ง

ทั้งนี้ ในอนาคตองค์การเภสัชกรรม ยังมีโครงการปลูกกัญชาทางการแพทย์ในระดับกึ่งอุตสาหกรรม ระยะที่2 ใช้งบประมาณ 164.04 ล้านบาท ที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี บนพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร มีทั้งปลูกในอาคาร และโรงเรือนปลูกพืช ส่วนระยะที่ 3 การผลิตสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ในระดับอุตสาหกรรม โดยจะเริ่มปลูกและผลิตสารสกัดระดับอุตสาหกรรมแบบครบวงจรภายในเดือนมกราคม 2564 ที่อ.หนองใหญ่